แชร์

SET ESG Ratings 2026: เกณฑ์ใหม่และ 7 เรื่องที่ Investor Relations ต้องเตรียมก่อนสิ้นปี

อัพเดทล่าสุด: 20 พ.ค. 2026
39 ผู้เข้าชม
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศปรับเกณฑ์ SET ESG Ratings ในรอบปี 2026 ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนทั้งทิศทางของ IFRS S1/S2 ที่กำลังจะบังคับใช้ และมาตรฐาน Rating ระดับโลกอย่าง DJSI, FTSE Russell ที่ปรับขึ้นทุกปี

สำหรับฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) และทีม Sustainability ของบริษัทจดทะเบียน การเข้าใจเกณฑ์ใหม่และเตรียมตัวให้ทันก่อนสิ้นปี คือความแตกต่างระหว่างคะแนน A กับ AAA ที่ส่งผลโดยตรงต่อความน่าสนใจในสายตา Institutional Investor

SET ESG Ratings เปลี่ยนอะไรในปี 2026

การปรับเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดของปี 2026 คือการเพิ่มน้ำหนักของหมวด Climate-Related Disclosure ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ Environment ตอนนี้แยกออกมาเป็นหมวดอิสระและเชื่อมโดยตรงกับโครงสร้าง IFRS S2 (Climate-related Disclosures)

หมวด Climate ใหม่ครอบคลุม 4 ด้านตาม IFRS S2 — Governance, Strategy, Risk Management และ Metrics and Targets ในแต่ละด้านมี Disclosure Requirement เฉพาะ เช่น การเปิดเผย Climate Scenario Analysis, Climate-related Risk Identification, Transition Plan และ Scope 1+2+3 GHG Emission พร้อม Target

อีกการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การเพิ่มน้ำหนัก Assurance ในด้าน Data Quality เดิมการมี Third Party Assurance ของ Sustainability Report ได้คะแนน "bonus" ภายใต้เกณฑ์ใหม่ การมี Assurance อย่างน้อยระดับ Limited กลายเป็น Threshold ขั้นต่ำสำหรับ Rating ระดับ AA ขึ้นไป

สุดท้ายคือเกณฑ์ Materiality ที่เข้มข้นขึ้น คณะกรรมการประเมินจะตรวจไม่เฉพาะว่าบริษัทมี Material Topic List แต่ตรวจถึงคุณภาพของกระบวนการ Materiality Assessment Stakeholder Engagement Process และความสอดคล้องระหว่าง Material Topic กับ Action Plan และ Performance Indicator

7 เรื่องที่ Investor Relations ต้องเตรียม

1. Climate Scenario Analysis ที่ Documented

ภายใต้ IFRS S2 บริษัทต้องเปิดเผยว่าได้ใช้ Scenario อะไรในการประเมินผลกระทบของ Climate Risk เช่น NGFS Scenario, IEA SDS, หรือ Custom Scenario เกณฑ์ SET ESG 2026 ขอเห็น Documentation ของ Scenario Selection, Assumption ที่ใช้ และผลลัพธ์ที่ออกมา ไม่ใช่แค่บอกว่า "ทำแล้ว"

สำหรับบริษัทที่ยังไม่เคยทำ Scenario Analysis การเริ่มต้นที่เหมาะคือใช้ Scenario จาก IPCC AR6 (1.5°C และ 3°C) ทำ Qualitative Assessment ก่อน แล้วค่อย Quantify ในรอบถัดไป

2. Transition Plan ที่มี Capex Roadmap

การมีเป้า Net Zero ไม่พอ ต้องมี Transition Plan ที่ระบุชัดว่าบริษัทจะลด GHG อย่างไรในแต่ละช่วงเวลา ใช้ Action Lever อะไร ลงทุนเท่าไหร่ และมี Milestone ใดบ้าง

Transition Plan ที่ Investor ต้องการเห็นมีองค์ประกอบครบสามด้าน — Decarbonization Strategy, Capital Allocation Plan และ Governance ที่ดูแลการดำเนินงาน

3. Scope 3 GHG ที่ครอบคลุม Material Category

เกณฑ์ใหม่ของ SET ESG 2026 ระบุชัดว่าบริษัทที่อยู่ในกลุ่ม Carbon Intensive ต้องเปิดเผย Scope 3 อย่างน้อยใน Category ที่ Material และครอบคลุม 67% ของ Total Scope 3 บริษัทที่เปิดเผยเฉพาะ Scope 1+2 จะถูกหักคะแนนในหมวด Climate ค่อนข้างแรง

4. Double Materiality (อย่างน้อยขั้นต้น)

ถึงแม้ SET ESG ยังไม่บังคับ Double Materiality เต็มรูปแบบ แต่บริษัทที่แสดงให้เห็นว่าเข้าใจและเริ่มทำ Impact Materiality อย่างเป็นระบบจะได้คะแนนเพิ่มในด้าน Sustainability Governance สำหรับบริษัทที่ขายสินค้าให้ลูกค้ายุโรป Double Materiality กลายเป็นข้อบังคับโดยพฤตินัยอยู่แล้ว

5. Third Party Assurance ของ Material Indicator

เกณฑ์ใหม่ระบุว่า Indicator ที่ Material กับธุรกิจต้องผ่าน Independent Assurance อย่างน้อยระดับ Limited Assurance ภายใต้ ISAE 3000 หรือ AA1000AS v3 บริษัทที่ทำ Self Declaration หรือใช้ Auditor ที่ไม่มี Specialty ด้าน Sustainability จะถูกหักคะแนน

สำหรับบริษัทใน SET100 การมี Reasonable Assurance เฉพาะ GHG Inventory จะช่วยยกระดับคะแนนได้ชัดเจน

6. ESG Data Quality และ Audit Trail

ในปี 2025 ที่ผ่านมา หลายบริษัทถูกขอ Source Document ของ ESG KPI ที่เปิดเผยในรายงาน เกณฑ์ใหม่ของ SET ESG 2026 รวมเรื่อง Data Quality เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการประเมิน บริษัทต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่ Traceable มี Audit Trail และมี Governance ที่ approve ข้อมูลก่อนเปิดเผย

7. Stakeholder Engagement ที่ Structured

เกณฑ์ใหม่ตรวจถึง "วิธีการ" engage Stakeholder ไม่ใช่แค่ "เคย engage" บริษัทต้องเปิดเผยว่ามี Stakeholder Group กี่กลุ่ม Engagement Method แต่ละกลุ่มคืออะไร Frequency เท่าไหร่ และผลของ Engagement ถูกนำเข้าสู่ Decision Making อย่างไร

Engagement ที่เป็น One-off Survey ไม่ผ่านเกณฑ์ การมี Stakeholder Panel, Regular Dialogue หรือ Permanent Channel เป็นรูปแบบที่ Score สูง

Roadmap จาก A ไป AAA

บริษัทที่ปัจจุบันอยู่ระดับ A แล้วต้องการขยับขึ้น AA หรือ AAA ในรอบ 2026 มักต้องเร่งสามด้าน

ด้านแรกคือ Climate Disclosure ที่ครบ IFRS S2 ถ้าปัจจุบันมี TCFD Disclosure อยู่แล้ว ต้องอัปเกรดให้สอดคล้องกับ IFRS S2 ซึ่งครอบคลุมมากกว่าและละเอียดกว่า

ด้านที่สองคือ Third Party Assurance ถ้าปัจจุบันยังไม่มี ต้องเริ่ม Limited Assurance ในรอบรายงานถัดไป ถ้ามี Limited แล้ว พิจารณายกระดับเป็น Reasonable สำหรับ GHG หรือ Material Indicator

ด้านที่สามคือ Materiality Assessment ที่ Robust ถ้ายังใช้ Matrix แบบเดิม ต้องอัปเกรดเป็น Double Materiality หรืออย่างน้อยปรับ Methodology ให้สอดคล้องกับ ESRS 1

เริ่มเตรียมตัวอย่างไรก่อนสิ้นปี

ไตรมาส 2-3 ของปี 2026 เป็นช่วงเตรียม Data Quality และ Process Documentation ทีม Sustainability ควรทำ Gap Analysis กับเกณฑ์ใหม่ ระบุ Critical Gap และวาง Action Plan ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลรอบรายงาน

ไตรมาส 4 เป็นช่วง Assurance Engagement และการเตรียม Documentation สำหรับ SET ESG Submission การติดต่อ Verifier ตั้งแต่ Q2-Q3 จะปลอดภัยกว่าการมาหาช่วง Q4 ที่ทีม Verifier ทุกแห่งโหลดเต็ม

บริษัทที่เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้จะเข้าสู่รอบ 2026 ด้วยความพร้อมที่แตกต่าง และมีโอกาสได้ Rating ที่สูงกว่าโดยใช้ทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยกว่าด้วยซ้ำ

บทความที่เกี่ยวข้อง
Green Bond กับ Sustainability-Linked Bond ต่างกันอย่างไร: เลือกแบบไหนให้เหมาะกับโครงการของคุณ
ตลาดตราสารหนี้ยั่งยืนของไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 มูลค่าออก Green Bond, Social Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-Linked Bond รวมกันทะลุ 4 แสนล้านบาท บริษัทขนาดใหญ่และ State-owned Enterprise หลายแห่งเริ่มใช้เครื่องมือทางการเงินยั่งยืนเป็นกลยุทธ์หลักในการระดมทุน
Carbon Credit คุณภาพต่ำมี 5 สัญญาณ: วิธีตรวจก่อนซื้อ ไม่ให้องค์กรเสี่ยง Greenwashing
ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาด Voluntary Carbon Market พบกรณีอื้อฉาวต่อเนื่อง บริษัทใหญ่ระดับโลกหลายแห่งที่ซื้อ Carbon Credit ไปชดเชยการปล่อยถูกสื่อและ NGO เปิดโปงว่าใช้ Credit ที่ "ไม่ได้ลดการปล่อยจริง" ผลคือบริษัทเหล่านี้โดนทั้งข้อหา Greenwashing, ฟ้องร้องในศาล, และเสีย Reputation ที่ไม่สามารถซื้อคืนได้
Post-Definitive Reality Check: 5 เดือนหลัง CBAM บังคับใช้เต็มรูปแบบ บทเรียนจากผู้ส่งออกไทย
มาตรการ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรปได้ก้าวเข้าสู่ Definitive Phase อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 มกราคม 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy