HOME

VVB คืออะไร และต่างจาก CB อย่างไร?
VVB (Validation and Verification Body) คือหน่วยที่ทำหน้าที่ "ทวนสอบ" ข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืน เช่น การทวนสอบรายงานก๊าซเรือนกระจกขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ การทวนสอบโครงการลดการปล่อยคาร์บอน และการให้ความเชื่อมั่นต่อรายงานความยั่งยืน ผลลัพธ์ที่ได้คือ Verification Statement ที่ยืนยันว่าข้อมูลของลูกค้ามีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ

CB (Certification Body) คือหน่วยที่ทำหน้าที่ "รับรอง" ว่าองค์กรหรือผลิตภัณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น การรับรอง Carbon Neutrality การออก Carbon Label หรือการรับรองระบบบริหารจัดการต่างๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือ Certificate หรือใบรับรองอย่างเป็นทางการ

โดยสรุป VVB จะตอบคำถามว่า "ข้อมูลของคุณถูกต้องไหม?" ส่วน CB จะตอบคำถามว่า "องค์กรหรือผลิตภัณฑ์ของคุณผ่านเกณฑ์มาตรฐานนี้ไหม?" — SustainCERT (Thailand) ให้บริการครอบคลุมทั้งสองบทบาท ภายใต้กรอบมาตรฐานสากลที่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยอมรับ
SUSTAINCERT แตกต่างจาก Certification Body เจ้าตลาดอย่างไร?
SUSTAINCERT (Thailand) วางตำแหน่งตัวเองเป็น Sustainability-only Specialist ไม่ใช่ Generalist Certification Body ที่ให้บริการครอบคลุมหลายมาตรฐาน ความแตกต่างหลักของเราอยู่ใน 4 ด้าน

โฟกัสเฉพาะด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ เราไม่รับงานรับรองระบบบริหารทั่วไป เช่น ISO 9001, 14001, 45001 หรือ 27001 เพราะเชื่อว่าการทวนสอบและรับรองด้านนี้ต้องการความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์และเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่การไล่ checklist

ทีมงานที่เข้าใจบริบทไทยและตลาดสากล Lead Verifier ของเรามีประสบการณ์ตรงในการทำงานกับองค์กรไทยและมาตรฐานสากล สื่อสารได้สองภาษาในระดับใช้งานจริง พร้อม Sector Specialists ที่เข้าใจอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงคาร์บอนสูงโดยเฉพาะ

กระบวนการทำงานที่กระชับ ด้วยแพลตฟอร์มทวนสอบดิจิทัลของเราเอง ลูกค้าจะได้ระบบ Document Vault ที่จัดเก็บหลักฐานเป็นระเบียบ Dashboard ติดตามความคืบหน้าแบบ real-time และ Audit Trail ที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ ช่วยลดเวลาในการตรวจประเมินได้ราว 40% เมื่อเทียบกับการทำงานด้วยเอกสารกระดาษ

เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจร่วมกัน ทุก engagement เริ่มจากการนัดประชุมออนไลน์ฟรี 1 ชั่วโมง เพื่อทำ Gap Analysis และกำหนด scope ที่ชัดเจน ก่อนเสนอราคาที่สะท้อนงานจริง ลูกค้าจึงไม่ต้องเสี่ยงกับใบเสนอราคาที่บวกเผื่อความไม่แน่นอน
GRI / IFRS S1-S2 Assurance ต้องทำทุกปีหรือไม่?
ใช่ ควรทำทุกปี เนื่องจาก Sustainability Report เป็นรายงานประจำปีเช่นเดียวกับรายงานทางการเงิน การให้ความเชื่อมั่นจึงต้องครอบคลุมข้อมูลของแต่ละรอบปีบัญชี

สำหรับองค์กรไทย แนวโน้มการบังคับใช้กำลังเข้มข้นขึ้น ก.ล.ต. มีแผนนำมาตรฐาน IFRS S1 และ S2 ที่ออกโดย ISSB มาบังคับใช้กับ 56-1 One Report ภายในปี 2570 โดยองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทจดทะเบียน SET100 จะต้องมี Sustainability Assurance ในระดับ Limited Assurance เป็นอย่างน้อย และมีแนวโน้มจะยกระดับเป็น Reasonable Assurance ภายใน 3-5 ปีถัดมา

SUSTAINCERT ให้บริการ Assurance ภายใต้มาตรฐาน AA1000 Assurance Standard v3 ของ AccountAbility ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันแพร่หลายในการให้ความเชื่อมั่นด้านความยั่งยืน และเป็นที่ยอมรับของนักลงทุน หน่วยงานกำกับ และ Rating Agency ทั่วโลก เช่น SET ESG, DJSI, FTSE Russell และ CDP
กระบวนการทวนสอบใช้เวลานานแค่ไหน ตั้งแต่เซ็นสัญญาจนถึงได้รับ Statement?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทบริการและระดับความเชื่อมั่นที่เลือก โดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้

Limited Assurance / Verification ทั่วไป
ใช้เวลาประมาณ 6-10 สัปดาห์ เหมาะกับองค์กรที่ทำการทวนสอบครั้งแรก หรือมีขอบเขตงานไม่ซับซ้อนมาก

Reasonable Assurance
ใช้เวลาประมาณ 12-20 สัปดาห์ เนื่องจากมีการทดสอบเชิงลึก ครอบคลุม Internal Control Testing และต้อง Site Visit ที่ครอบคลุมกว่า

CBAM Verification
ใช้เวลาประมาณ 8-14 สัปดาห์ ขึ้นกับจำนวนผลิตภัณฑ์และโรงงานที่ต้องตรวจ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลา ได้แก่ ความพร้อมของข้อมูลและเอกสารฝั่งลูกค้า ขนาดและจำนวนสาขาที่ต้อง Site Visit และความซับซ้อนของห่วงโซ่อุปทาน SUSTAINCERT มี SLA รับประกันระยะเวลาออก Statement ตั้งแต่วันเซ็นสัญญา เพื่อให้ลูกค้าวางแผนได้แม่นยำ
บริษัทขนาดกลางที่ไม่ได้อยู่ใน SET100 จำเป็นต้องทำ Sustainability Assurance ไหม?
 
ปัจจุบัน ก.ล.ต. ยังไม่บังคับให้บริษัทขนาดกลางทำ Sustainability Assurance โดยตรง แต่มีปัจจัยที่ทำให้บริษัทขนาดกลางจำนวนมากเริ่มทำเองโดยสมัครใจ

คู่ค้าและลูกค้าหลักเริ่มเรียกร้อง
บริษัทที่อยู่ใน Supply Chain ของบริษัทใหญ่ใน EU ญี่ปุ่น สหรัฐฯ มักถูกขอข้อมูล ESG ที่ผ่านการทวนสอบ เพื่อให้คู่ค้ารายใหญ่นำไปใช้ใน Scope 3 Reporting

สถาบันการเงินใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อ Green Loan
ธนาคารพาณิชย์ในไทยเริ่มเสนอเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษสำหรับธุรกิจที่มี Sustainability Performance ที่ผ่านการทวนสอบ

เป็นจุดแข่งขันในการประมูลงานภาครัฐ
หน่วยงานรัฐหลายแห่งเริ่มกำหนดเงื่อนไข Sustainability ในเอกสาร TOR สำหรับการประมูลงาน

เตรียมรับข้อกำหนดในอนาคต
ก.ล.ต. มีแผนทยอยขยายขอบเขตการบังคับใช้ บริษัทที่เริ่มเตรียมตัวล่วงหน้าจะมีต้นทุนการเปลี่ยนผ่านต่ำกว่า

สำหรับบริษัทขนาดกลาง การเริ่มจาก Limited Assurance หรือ GHG Verification เฉพาะ Scope 1 และ 2 เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและสามารถยกระดับได้ในอนาคต
ราคาของบริการทวนสอบและรับรองของ SUSTAINCERT อยู่ในช่วงเท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลัก คือ ประเภทบริการ ระดับความเชื่อมั่น ขอบเขตของรายงาน และจำนวนสถานที่ที่ต้องเข้าตรวจประเมิน เนื่องจากแต่ละ engagement มีบริบทเฉพาะ เราจึงไม่เผยแพร่ราคาแบบสำเร็จรูปบนเว็บไซต์ เพราะอาจทำให้ลูกค้าเปรียบเทียบผิดบริบท

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น SUSTAINCERT มีกระบวนการเสนอราคาที่โปร่งใส 2 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1: นัดประชุมออนไลน์ฟรี 1 ชั่วโมง
ทีม Lead Verifier จะทำ Gap Analysis เบื้องต้น ทำความเข้าใจสถานะปัจจุบันขององค์กร และให้คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานที่เหมาะสม

ขั้นที่ 2: ใบเสนอราคาที่ระบุรายละเอียดครบ
หลังจากเข้าใจ scope แล้ว เราจะส่งใบเสนอราคาที่ระบุ scope, deliverables, ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ และระยะเวลาดำเนินงานชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน ไม่มี Site Visit เพิ่มเติมโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

แนวทางนี้ทำให้ราคาที่ลูกค้าได้รับสะท้อนงานจริง ไม่ใช่ราคาที่บวกเผื่อความไม่แน่นอน
Lead Verifier ของ SUSTAINCERT มีคุณสมบัติอย่างไร และ Statement ได้รับการยอมรับในระดับสากลหรือไม่?
ทีมงานของ SUSTAINCERT (Thailand) ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับ Senior ที่มีประสบการณ์ตรงในการทวนสอบและรับรองด้านความยั่งยืนมากกว่า 15 ปี โดยได้รับการรับรองในระดับสากลหลายมาตรฐาน รวมถึง

GRI Certified Sustainability Professional
สำหรับการประเมินรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐาน GRI Universal Standards

ISO 14064 Lead Verifier
สำหรับการทวนสอบข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กรและโครงการ

AA1000 Licensed Assurance Practitioner
สำหรับการให้ความเชื่อมั่นด้านความยั่งยืนตาม AA1000 Assurance Standard v3

นอกจากนี้ ทีมงานยังมี Sector Specialists ที่เข้าใจอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงคาร์บอนสูงโดยเฉพาะ ครอบคลุมเหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปิโตรเคมี อาหารและเครื่องดื่ม ป่าไม้ และพลังงาน

Assurance Statement ของเราออกภายใต้ AA1000 Assurance Standard v3 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่นักลงทุนสถาบัน หน่วยงานกำกับ และ Rating Agency ระดับโลกยอมรับ รวมถึง SET ESG, DJSI, FTSE Russell, CDP และ MSCI
เมื่อได้ Verification Statement หรือ Certificate จาก SUSTAINCERT แล้ว องค์กรสามารถนำไปใช้ทำอะไรต่อได้บ้าง?
Statement ที่ออกโดย SUSTAINCERT สามารถนำไปใช้ในหลายบริบท ขึ้นกับประเภทของการทวนสอบ

สำหรับ Sustainability Report Assurance
  • แนบในรายงานประจำปี 56-1 One Report ตามข้อกำหนดของ ก.ล.ต.
  • ใช้ประกอบการสมัครและรักษาสถานะใน SET ESG Rating
  • ใช้ในการสมัครเข้า DJSI, FTSE4Good, MSCI ESG Indexes
  • ใช้ตอบ Questionnaire ของ CDP, S&P Global CSA และนักลงทุนสถาบัน
  • ใช้ในการสื่อสารกับคู่ค้าและลูกค้าใน Supply Chain
สำหรับ CBAM Verification
  • ใช้ส่งให้ผู้นำเข้าใน EU เพื่อใช้ใน Annual CBAM Declaration
  • ใช้แสดงต่อหน่วยงานศุลกากร EU เมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง
  • ลด CBAM Certificate ที่ผู้นำเข้าต้องซื้อ เพราะใช้ Verified Embedded Emissions แทน Default Value
สำหรับ ISO 14068-1 Carbon Neutrality
  • ใช้ประกาศสถานะ Carbon Neutral อย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ
  • ใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าและคู่ค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน
  • ใช้สนับสนุนการเข้าร่วม RE100 และ Climate Pledge ระดับสากล
สำหรับ Green Bond SPO
  • แนบในเอกสาร Bond Issuance Document
  • ใช้แสดงต่อนักลงทุนสถาบันและตลาดทุนทั้งในและต่างประเทศ
  • ใช้ตอบเงื่อนไขของ ICMA Principles และ ASEAN Bond Standards
ก่อนเริ่มทำ Sustainability Assurance ครั้งแรก องค์กรควรเตรียมข้อมูลและเอกสารอะไรบ้าง?
การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยให้กระบวนการทวนสอบรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า สิ่งที่ควรเตรียมแบ่งเป็น 4 หมวด

หมวด 1: เอกสารพื้นฐานขององค์กร
  • ผังโครงสร้างองค์กรและรายการบริษัทในเครือ
  • รายการสาขา โรงงาน และสถานประกอบการ
  • นโยบายด้านความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศที่บังคับใช้
หมวด 2: ข้อมูลการดำเนินงาน
  • ข้อมูลการใช้พลังงานทุกประเภท ครอบคลุมไฟฟ้า เชื้อเพลิงฟอสซิล ไอน้ำ และความร้อนจากแหล่งภายนอก
  • ข้อมูลการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์
  • ข้อมูลของเสียและขยะ
  • ข้อมูล Activity Data ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณ Carbon Footprint
หมวด 3: เอกสารกระบวนการ
  • ผลการทำ Materiality Assessment ที่มีหลักฐาน Stakeholder Engagement
  • เอกสารคู่มือการคำนวณ Emission ที่ใช้ภายใน
  • หลักฐาน Internal Control เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลด้านความยั่งยืน
  • รายงาน Internal Audit ก่อนหน้า (ถ้ามี)
หมวด 4: รายงานที่จะถูกทวนสอบ
  • ร่างรายงานความยั่งยืนหรือ One Report ที่ต้องการให้ทวนสอบ
  • ตาราง ESG Performance Data และ GHG Inventory ที่จัดทำแล้ว
  • Source Document ของตัวชี้วัดสำคัญ
หากองค์กรยังไม่มีเอกสารบางส่วน ในช่วงนัดประชุมฟรี 1 ชั่วโมง ทีม Lead Verifier ของเราจะระบุ Gap และแนะนำแนวทางการเตรียมที่ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy